คุณยังไม่มีสินค้าในรถเข็น

คุณยังไม่มีสินค้าในรถเข็น

หนังสือของ George Orwell (จอร์จ ออร์เวลล์)  [5 เล่ม]
หนังสือของ George Orwell (จอร์จ ออร์เวลล์)  [5 เล่ม] หนังสือของ George Orwell (จอร์จ ออร์เวลล์)  [5 เล่ม]

หนังสือของ George Orwell (จอร์จ ออร์เวลล์) [5 เล่ม]

George Orwell

จอร์จ ออร์เวลล์

ราคาปกติ: 1,145 บาท

Special Price 1,030 บาท

ลด 115.00 บาท (10%)

สถานะของสินค้า : สินค้าพร้อมส่ง

หนังสือของ George Orwell (จอร์จ ออร์เวลล์)  [4 เล่ม แถมฟรี 1 เล่ม]

1. แอนิมอล ฟาร์ม สงครามกบฎของสรรพสัตว์ 135.-
2. 1984 หนึ่ง เก้า แปด สี่ 300.-
3. ความจนกับคนจร ในปารีสและลอนดอน 360.-
4. พม่ารำลึก 350.- 


แถมฟรี! - Know Orwell 85.-  หนังสือชีวประวัติ จอร์จ ออร์เวลล์ (1 เล่ม) สภาพเก่าเก็บ

ข้อมูลหนังสือ

หนังสือของ George Orwell (จอร์จ ออร์เวลล์) [5 เล่ม]

ISBN : Orwell

แปลจากหนังสือ : George Orwell

ผู้เขียน : จอร์จ ออร์เวลล์

ผู้แปล : บัญชา สุวรรณานนท์,รัศมี เผ่าเหลืองทอง และ อำนวยชัย ปฏิพันธ์เผ่าพงศ์

สำนักพิมพ์ : บุ๊คโมบี้เพรส,สมมติ,สำนักหนังสือไต้ฝุ่น

จำนวนหน้า : จำนวน 5 เล่ม

ปีที่พิมพ์ : -

- แอนิมอล ฟาร์ม สงครามกบฎของสรรพสัตว์

บัญญัติ 7 ประการของแอนิมอล ฟาร์ม
1. สิ่งใดไปด้วยสองขา ย่อมเป็นศัตรู
2. สิ่งใดไปด้วยสี่ขา หรือมีปีก ย่อมเป็นเพื่อน
3. ห้ามสัตว์ทุกตัวสามเสื้อผ้า
4. ห้ามสัตว์ทุกตัวนอนบนเตียง
5. ห้ามสัตว์ทุกตัวดื่มสุรา
6. ห้ามสัตว์ทุกตัวฆ่าสัตว์ตัวอื่น
7. สัตว์ทุกตัวเสมอภาคกัน
เมื่อสรรพสัตว์ในฟาร์มแห่งหนึ่งผนึกกำลังขับไล่มนุษย์ออกไปได้สำเร็จ พวกมันก็เริ่มปกครองกันเองภายใต้ชื่อใหม่ที่ได้มาอย่างภาคภูมิว่า “แอนิมอล ฟาร์ม” สรรพสัตว์ไม่ตกเป็นทาสของมนุษย์เช่นในอดีต พวกมันยังคงทำงานหนัก แต่เป็นการทำงานโดยสัตว์เพื่อสัตว์ในการดูแลของ “นโปเลียน” หมูผู้นำผู้ดูแลสัตว์อย่างอาจหาญและเป็นธรรม อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่มันกล่าวอ้าง ทว่าความเป็นจริงจะเป็นเช่นไร เมื่อำนาจมหาศาลตกอยู่ในมือของสิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียว ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นคนหรือสัตว์ก็ตาม
ผลงานอมตะของจอร์จ ออร์เวลล์ (ผู้เขียน หนึ่งเก้าแปดสี่) ยังคงล้อเลียนสังคมเผด็จการได้แสบสัน ตราบที่สังคมมนุษย์ทั่วทุกมุมโลกยังคงมีความอยุติธรรมอันเกิดจากการกดขี่โดยอภิสิทธิ์ชน

- 1984 หนึ่ง เก้า แปด สี่

ปัญหาสำคัญในการแปลนวนิยายการเมืองเรื่องนี้อยู่ตรงที่ จอร์จ ออร์เวลล์ ใช้การ ‘เล่น’ กับภาษาเพื่อการเสียดสี เย้ยหยันและแสดงวิธีคิดที่เปลี่ยนไปสู่ระบอบการปกครองใหม่ของโลกในอนาคต ออร์เวลล์เป็นนักเขียนที่ให้ความสนใจเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับการเมืองเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงใช้มโนทัศน์ในแง่ของภาษาเป็นส่วนประกอบสำคัญในงานเขียนชิ้นนี้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับผู้แปลที่จะถอดความเป็นภาษาไทยให้คงความหมายและน้ำหนักได้รุ่มรวยเท่าที่ปรากฏในต้นฉบับภาษาอังกฤษ อาทิเช่น การใช้คำย่อ ‘Minitrue’ แทนชื่อเรียกเต็มว่า Ministry of Truth (กระทรวงแห่งความจริง) นั้นอาจตีความหมายได้สองสัย ประการแรกคือ การพยายามทำภาษาให้รวบรัดเพื่อกำหนดความคิดของคนให้พลอยหดสั้นและจำกัดไปตามรูป ความหมาย และการใช้ภาษา ประการที่สองเป็นการจงใจเสียดสีด้วยคำว่า ‘Minitrue’ ซึ่งสามารถแปลได้ว่า ‘จริงเพียงเล็กน้อย’ สำหรับกรณีเช่นนี้ ผู้แปลลงความเห็นว่าเป็นการเหมาะสมกว่าหากจะคงตามต้นฉบับไว้โดยไม่พยายามถอดคำเรียงเชิงเย้ยหยันนี้ออกมาเป็นภาษาไทย หากได้ใช้วิธีอธิบายความหมายของคำที่ใช้ทับศัพท์เหล่านี้ไว้ในเชิงอรรถแทน
รัฐของ 1984 ทำงานอย่างเป็นระบบ อาศัยการคิดที่ซับซ้อนวางแผนและกับดักไว้อย่างเฉลียวฉลาดเพื่อตรวจจับความคิดเบี่ยงเบน อำนาจเบ็ดเสร็จของพรรคแข็งแรงพอที่จะไม่ต้องอาศัยการจัดฉากอื่นใดเข้ามาสร้างภาพแห่งความชอบธรรม ไม่ต้องมีระบบไต่สวนและพิพากษาโดยศาล เพราะเมื่อถูกจับในฐานะ ‘อาชญากรความคิด’ ก็แปลว่าผิดแล้วอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเอ่ยปากออกมาหรือไม่ !
สมองของคุณไม่ได้เป็นของคุณ มันเป็นสมบัติของพรรคพรรคไม่จำเป็นต้องหาข้อกฎหมายมายืนยันว่า หากคุณละเมอวลี “พี่เบิ้มจงพินาศ” หรือเขียนข้อความอย่างเดียวกันลงในสมุดบันทึกส่วนตัวที่ซุกซ่อนไว้สำหรับอ่านคนเดียว คุณจะต้องมีความผิดสถานใด เพราะคุณ ‘ผิดตั้งแต่คิด’ แล้ว !
ที่โอชันเนียทรุดโทรม ทึบทึม เมืองแห้งแล้ง ผู้คนไม่มีชีวิตชีวา ช่างต่างจากสยามเมืองยิ้มที่เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลองยิ่งนักแต่อะไรเล่าที่ทำให้ผู้อ่านในบริบทร่วมสมัยของเรารู้สึกกระทบใจรวมกับว่าหลายบทหลายตอนในหนังสือเล่มนี้ เขียนขึ้นโดยมีพฤติกรรมสังคมของเราวางหราอยู่ตรงหน้าผู้เขียน
การค่อยๆ ปล่อยให้บทบรรยายของออร์เวลล์ชำแรกเข้าไปในระหว่างจุดตัดของ 1984 กับสังคมสยามอันห่างไกลข้ามศตวรรษจะเผยให้เรากระจ่างแจ้งในกลไกขับเคลื่อนรูปการณ์จิตสำนึกของสังคม ที่เราเคยนึกเอาอย่างไร้เดียงสาว่าเป็นความบังเอิญที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หาได้มีการวางแผนเพื่อเดินหมากอย่างรัดกุมไม่

- ความจนกับคนจร ในปารีสและลอนดอน

ลอนดอนเป็นแดนแห่งหม้อน้ำชาและกองจัดหางาน ขณะที่ปารีสเป็นแดนแห่งบิสโทรและโรงงานนรก
ขณะที่ จอร์จ ออร์เวลล์ (ผู้เขียน Animal Farm และ Burmese Days) ยังเป็นหนุ่มเขาเริ่มเขียนงานลงวรสารต่างๆ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองเขาคลุกคลีกับคนจรจัดและยากไร้ในย่านเสื่อมโทรงของลอนดอน เพื่อหาประสบการณ์จริงมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับงานเขียน
ปี ค.ศ. 1928 ออร์เวลล์ย้ายไปอาศัยอยู่ในย่าน “โบฮีเมียน” ของกรุงปารีสเขาทำงานเป็นคนล้างจานในภัตคารอยู่ช่วงหนึ่ง และต้องเผชิญกับความลำเค็ญขัดสน แม้ว่าจะทำงานเขียนไปด้วย แต่เหตุการณ์รันทดมากมายในการใช้ชีวิตเยี่ยงยาจกทำให้ออร์เวลล์สัมผัสถึงความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นโดยตรงเป็นที่มาของอุดมการณ์ทางสังคมและการเมืองของเขา สะท้อนในนิยายดังหลายต่อหลายเล่มที่ออร์เวลล์เขียนในเวลาต่อมา

- พม่ารำลึก

ความรู้สึกแปลกที่แปลกทางความเดียวดาย ความวังเวง! ต้นไม้ดอกไม้ที่เราไม่คุ้นภูมิทัศน์และใบหน้าผู้คนที่ล้วนแปลกตา
Burmese Days เป็นนวนิยายเรื่องแรกของ จอร์จ ออร์เวลล์ นักเขียนชาวอังกฤษผู้มีผลงานเป็นอมตะอย่าง 1984 และ Animal Farm ซึ่งยังสะกิดใจนักอ่านทั่วโลกโดยเฉพาะในสังคมที่ยังตกอยู่ภายใต้การปกครองด้วยระบบระบอบยุติธรรมโดยกลุ่มอภิสิทธิ์และนักแสวงประโยชน์ด้วยอำนาจมืด
ฉากของ Burmese Days คือประเทศพม่ายุคทศวรรษ 1920 สมัยยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ออร์เวลล์ใช้วัตถุดิบจากประสบการณ์ตรงของเขา เมื่อครั้งทำงานเป็้นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพม่า เขาสามารถถ่ายทอดเนื้อหาว่าด้วยการแสงหาความรัก ความทะเยอทะยาน มิตรภาพ การช่วงชิงอำนาจ การเหยียดเชื้อชาติ ความผิดหลัง และความแตกต่างระหว่างชนชั้นได้อย่างมีรสชาติและสมจริง

- Know Orwell

จอร์จ ออร์เวลล์ นักเขียนอังกฤษเชื้อสายขุนนาง ผู้มีสำนวนโวหารเสียดสีคมคาย และเป็นเจ้าของผลงานวรรณกรรม ท้าทายอำนาจนิยมทุกรูปแบบ เจ้าของนวนิยายอมตะอย่าง 1984 และ Animal Farm
Know Orwell เปิดปมชีวิตผู้สร้างมรดกทางภาษา ซึ่งกล่าวได้ว่าหาใครมาเทียบชั้นได้ยากยิ่ง

expand_less