คุณยังไม่มีสินค้าในรถเข็น

คุณยังไม่มีสินค้าในรถเข็น

WRITER ปีที่ 3 ฉบับที่ 35 มิถุนายน พ.ศ. 2558

WRITER ปีที่ 3 ฉบับที่ 35 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ขจรฤทธิ์ รักษา

สถานะของสินค้า : สินค้าพร้อมส่ง

ราคาปกติ: 100 บาท

Special Price 90 บาท

ลด 10.00 บาท (10%)

สารบัญ

[field work I portrait]
พี่เชน | ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ
[บรรณาธิการ] คุณเป็นนิสิตนักศึกษา
[วรรณกรรมล้อมโลก]
Man Booker International Prize 2015
[the WRITER’s scene]
ในความผาดโผนของ ผาด พาสิกรณ์
[ข้างหลังเล่ม]
ณัฐเมธี สัยเวชที่ชายขอบของการรับรู้
[เขาเริ่มต้น] ของกำนัลแด่มรณกรรม
[รายงานพิเศษ]
The Writer’s (top) Secret
‘เปิด’ ความลับของนักเขียน และบางบทสนทนาในร้านหนังสือ

[บทความ] ฆาตกรรมที่ยังไม่ถูกเปิดโปง
[แดนอรัญ แสงทอง] อันเนื่องมาจาก ‘สุปินตา’
[อุรุดา โควินท์] คนเดียวก็เกิดพอ
[วรพจน์ พันธุ์พงศ์] แผล 22 พฤษภาคม
[บินหลา สันกาลาคีรี] 1

[เรื่องสั้นประจำฉบับ] รถไฟสีขาว

[the WRITER’s secret]
ไอดา อรุณวงศ์ อ่านอย่างไรไม่ให้เสียของ

[บทกวี] ต้นกำเนิด

[วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา] หยากไย่ไรเรื้อน : เมื่อการอ่านคือการทรงเจ้าเข้าผีในสุนทรียศาสตร์ของความหมกมุ่น
[อรรถ บุนนาค] แย้ม หมั่นกิจ จาก สุดแค้นแสนรัก
[เป็นสายตานักเขียน] นิซาร์ กอบบานี“เมื่อฉันบอกว่าฉันรักเธอ”

[เขาเริ่มต้น] วันแห่งอิสรภาพ
[มาลีวง] สวนของฉัน ดอกไม้ของฉัน
[ทดเวลา 2 นาฑี] เปิด (ไม่) บริสุทธิ์
[2 นาทีครึ่ง] THANK YOU MY AUDIENCES

ข้อมูลหนังสือ

WRITER ปีที่ 3 ฉบับที่ 35 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ISBN : 9786167751665

แปลจากหนังสือ :

ผู้เขียน : ขจรฤทธิ์ รักษา

ผู้แปล : -

สำนักพิมพ์ : ไรท์เตอร์

จำนวนหน้า : 160

ปีที่พิมพ์ : 2558

[บทบรรณาธิการไรท์เตอร์ 35]
คุณเป็นนิสิตนักศึกษา

 

ในช่วงบ่ายและเย็นของวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ครบรอบหนึ่งปีรัฐประหาร คณะคสช. ใช้ทุกช่องทางสื่อแถลงผลงานตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันกลุ่มนักศึกษาและประชาชนไปรวมตัวกันอย่างสงบในช่วงบ่ายและเย็น เพื่อรำลึกหนึ่งปีรัฐประหารเช่นกัน ทั้งที่หอศิลป์กทม. และที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น และผลก็อย่างที่ทราบ พวกเขาถูกจับกุมตัว ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกยั่วยุท้าทายโดยเจ้าหน้าที่เองที่ไม่ปฏิบัติตามหลักการเจรจา และตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล เพราะกฎเดียวที่เจ้าหน้าที่ยึดถือคือม. 44 หวดฟาดลงไปที่ใดก็ได้

 

หลังเหตุการณ์นั้นก็ประดังมาทั้งเสียงถากถาง สำรากเข้าใส่กลุ่มนักศึกษา เลยเถิดถึงขั้นยุยงปลุกปั่น สร้างความเกลียดชังโดยการตกแต่งภาพถ่ายบ้าง และที่สุดก็มีการชี้เป้า ล่าแม่มดอีกครั้งในโลกโซเชียลมีเดีย (โดยเพจที่อ้างตัวเองว่าทำเพื่อชาติบ้านเมือง ความดี และ ฯลฯ)

 

ที่ล้ำเลยข้ามเส้นแดนมาสู่การยุยงปลุกปั่น สร้างความเกลียดชังนั้น ประชาชนก็ต้องพิจารณาเนื้อหาต่างๆ อย่างมีสติและรับผิดชอบว่าแต่ละเรื่องเท็จ-จริงอย่างไร ค่อยๆ สืบค่อยๆ สอบเข้าไปในความเท็จจริง ซึ่งที่จริงในโลกโซเชียลมีเดีย ไม่ทันข้ามวันคืนก็มีข้อมูลหลายด้านให้เราพิจารณา หากเรานิ่งพอ ไม่ถูกแผดเผาจนลุกโพลงไปกับอารมณ์ดราม่าที่ไม่ไยไพต่อความเท็จ-จริงนั้นแล้ว

 

แต่เสียงที่ยังเป็นข้อทักถามและถากถางของบางคนบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับ พฤติกรรมของกลุ่มนักศึกษา ผมว่าเรายังสามารถพูดคุย นำเสนอ ถกเถียง และวิพากษ์วิจารณ์กันได้ เช่นว่า ‘เป็นนักศึกษาไม่ทำหน้าที่นักศึกษา’ ‘ให้มาเรียนไม่ยอมเรียน’ ‘พ่อแม่อุตส่าห์ส่งเสีย ไม่นึกถึงหัวอกพ่อแม่บ้าง’

 

คำถามเหล่านี้แหละที่เรายังพอคุยกันได้ (ต้องไม่ข้ามไปถึงความเกลียดชังและชี้เป้า) และผมอยากถาม ว่าเรามองสถาบันการศึกษาเป็นอะไร เพราะดูเหมือนคำถามข้างต้นคล้ายสถาบันการศึกษาเป็น ‘คอก’ จึงไล่นักศึกษากลับเข้าคอก

 

สถาบันการศึกษาอาจมีสถานะเป็นคอกมาระยะหนึ่งนาน และนักศึกษาก็มีสถานะเป็น ‘ลูกครอก’ สิ่งที่เป็นการเรียนรู้ แหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชา และที่ซึ่งเขาและเธอจะได้ค้นพบความหมายและคุณค่าของชีวิต ดูจะกลายไปเป็นแหล่งผลิตวิชาชีพ เพื่อประกอบการงานเมื่อจบออกมา เป็นบุคลากรของรัฐที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เป็นความหวังและสามารถดูแลบุพการีได้ (ดูเหมือนชีวิตนักศึกษาถูกทำให้เป็นหนี้สถาบันทางสังคมต่างๆ มากมาย เพราะสิ่งที่ ‘ถูกทำให้เป็นหนี้’ จะคล้ายเป็นปลอกคอ เอาไว้กระตุกเตือนทุกครั้งเมื่อนักศึกษาออกจากคอก)

 

แต่สถาบันการศึกษาเป็นสิ่งที่มากกว่าอรรถประโยชน์ทางวิชาชีพ ทว่าสร้างสรรค์ และทรงภูมิยิ่งกว่านั้นมาก ไม่ใช่เพียงให้พวกเขารู้จักหน้าที่ต่อประเทศ ในฐานถูกกำหนดกรอบ อยู่ใต้การสั่งการให้ทำเพียงถ่ายเดียว แต่สถาบันการศึกษาต้องฝึกฝนให้เขาถามและทัก รู้จักการเปลี่ยนแปลง มากไปกว่าสิ่งที่ทำตามๆ กันมา เรากำลังสร้างคนที่ผลิตออกมาเพียงรองรับเท่านั้น โดยไม่สร้างนักศึกษาที่สร้างสรรค์ คิดต่างออกมาสำหรับอนาคตข้างหน้าล่ะหรือ?

 

จะสร้างพลเมืองที่เป็นได้เพียงแรงงาน ทำตามคำสั่ง แต่ไม่มีศักยภาพและคุณภาพที่สามารถออกแบบคำสั่ง สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นเองได้ เนี่ยหรือพลเมืองในอนาคตที่เราอยากได้? แล้วใครเป็นหัวหน้า? ผู้สั่งการ?(คือมีอยู่แล้ว? รอการแต่งตั้งไปตามลำดับชั้น?)

 

สถาบันการศึกษาต้องเป็นแหล่งชุมนุมชนสร้างสรรค์ สนับสนุนสิทธิเสรีภาพ เป็นหลักแหล่งแห่งเหตุและผล อรรถประโยชน์ทางวิชาชีพเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน สถาบันการศึกษาหลายๆ แห่งไม่มีพื้นที่ให้ ปิดพื้นที่เหล่านั้น แล้วเราจะให้พวกเขาไปแสดงออกที่ไหน?

 

พวกเขาปิดมหาวิทยาลัย คุณได้ยินไหม คุณไล่เขากลับมหาวิทยาลัยที่ไม่เหมือนเดิม

 

การเรียนรู้คือหัวใจของนิสิตนักศึกษา สำหรับคนที่มีมัน เขาและพวกเขาอยู่ตรงไหน ที่นั่นก็เป็นสถานศึกษาขึ้นมาได้เสมอ

 

ดังนั้น ท่านที่ไล่นักศึกษาเข้าคอก ช่วยเอาใจไปห่วงคนบางกลุ่มบางคณะที่ไม่อยู่ในคอก เพ่นพ่านเข้าจัดการทุกอย่าง ทำไมไม่ไล่พวกเขากลับเข้าคอกบ้างล่ะครับ?

 

อุทิศ เหมะมูล

expand_less

Please wait...

{{var product.name}}
ได้ถูกเพิ่มเข้าไปยังตะกร้าสินค้าของคุณแล้ว



ลด 10% เลือกซื้อสินค้าต่อ
View cart & checkout

นำ "{{var product.name}}" ออกจากตะกร้าสินค้าของคุณแล้ว