แผ่นดินโดยใด (ปกแข็ง)

รหัสสินค้า: 9786165107037
สำนักพิมพ์ คมบาง
ผู้แต่ง ชมัยภร แสงกระจ่าง ผู้แปล -
ปีที่พิมพ์ 2560 จำนวนหน้า 144

สถานะของสินค้า : สินค้าหมด

ราคาปกติ: 299 บาท

Special Price 269 บาท

หนังสือเข้า 22-09-2017

รายละเอียดโดยย่อ

แผ่นดินโดยใด ท่วงทำนองของแผ่นดิน

บทกวีบันทึกยุคสมัย ของผู้เกิดในแผ่นดินแห่งรัชกาลที่ ๙
ชมัยภร แสงกระจ่าง ศิลปินแห่งชาติบันทึก

หนา หนา 144 หน้า กระดาษ 100g.
ปกแข็ง สันโค้ง เย็บกี่ ปั๊มทอง สวยงาม
ภาพปก ศิลปะงานปักผ้า โดยนพเก้า เนตรบุตร
ภาพประกอบโดยศุภฤกษ์ สรวิทย์


 (สั่งซื้อ วันนี้ - 10 ตุลาคม 2560) -- จัดส่ง 14 ตุลาคม 2560 --



รายละเอียดสินค้า

รวมบทกวี

แผ่นดินโดยใด
รวมบทกวีของ อ.ชมัยภร แสงกระจ่าง


อ.ชมัยภร ในนามปากกา “ชมจันทร์”เคยมีบทกวีรวมเล่ม คือ ใบไม้แห่งนาคร ปี๒๕๑๖มิเหมือนแม้นอันใดเลย ปี ๒๕๓๓ (ได้รับรางวัลรวมบทกวีชมเชยจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติกระทรวงศึกษาธิการ) หนูน้อยตัวหนังสือ (ร้อยกรองสำหรับเด็ก)ปี ๒๕๓๖และอรุณในราตรี ปี ๒๕๔๑


...
แผ่นดินโดยใด เป็นรวมบทกวีเล่มล่าสุด ในปี๒๕๖๐ โดยใช้นามจริง เป็นเสมือนบทบันทึกความเป็นไปแห่งสังคม วัฒนธรรมการเมือง และยังบันทึกวาระความสำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยของกวีภาพที่สะท้านสะเทือนใจที่สุด เป็นวาระแห่งความสูญเสียอันหาใดเปรียบได้ซึ่งกวีได้สะท้อนออกมาเป็นร้อยกรองที่เศร้าสะเทือนอารมณ์อย่างที่สุดฉายภาพของยุคสมัยแห่งรัชกาล ผ่านสายตาของกวีตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงความสูญเสียที่ยังความโศกเศร้ามาสู่แผ่นดิน


...
แผ่นดินโดยใดจะทำให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงความสะเทือนใจจากเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคมที่กวีถ่ายทอดออกมาพร้อมตั้งคำถาม และมีความหวังเป็นแสงน้อยๆด้วยวาดหวังถึงความร่วมมือร่วมใจของคนในแผ่นดิน


...
แผ่นดินโดยใดนับเป็นบทกวีบันทึกความรู้สึก ที่ควรค่าอย่างยิ่งในการอ่านเพื่อซึมซาบอารมณ์ความรู้สึกของแผ่นดิน อันมีมวลประชาชนเรียงร้อยความต่างความเหมือน ความรัก และความศรัทธา เป็นท่วงทำนองของแผ่นดิน

---------------------------------------------------

คำนำจากอ. ชมัยภร แสงกระจ่าง

 

        วาระของ “แผ่นดินโดยใด”

                                                         

          เมื่อสมัยเด็ก ๆ เมื่อฉันอายุได้สิบเอ็ดสิบสองขวบ  พี่สาวสิบสี่สิบห้า พอตกค่ำ พ่อเมาได้ที่แล้วก็จะเริ่มท่องกลอนสุภาษิตสอนหญิงให้ลูกสาวสองคนฟังโดยเริ่มจากบทโน้นบทนี้  แล้วแต่ว่าเรากำลังทำท่าอะไรและสมควรถูกดุด้วยบทไหน   แต่ที่ฟังเป็นประจำแทบทุกคืนก็คือ

 

                                 เป็นสาวแส้แร่รวยสวยสะอาด    

                                 ก็หมายมาดเหมือนมณีอันมีค่า

                                 แม้นแตกร้าวรานร่อยถอยราคา  

                                จะพลอยพาหอมหายจากกายนาง

                         แต่บางคืนพ่อครึ้มอกครึ้มใจก็จะท่องโคลง

                              ครืนครืนใช่ฟ้าร้อง        เรียมครวญ

                             หึ่งหึ่งใช่ลมหวน           พี่ไห้

                             ฝนตกใช่ฝนนวล           พี่ทอด ใจนา

                            ร้อนใช่ร้อนไฟไหม้         พี่ร้อนกลกาม

          และโคลงบทอื่น ๆ อีกมากมายแล้วแต่ว่าพ่อท่องจำบทไหนได้

 

บรรยากาศการท่องโคลงกลอนของพ่อฝังเข้าไปในใจของฉันโดยไม่รู้ตัว  ฉันเริ่มรักคำและรักงานกวีนิพนธ์  รักคำสวย ๆ และชอบเขียนเรื่อง  เมื่อมาเรียนอักษรศาสตร์  จุฬาฯ ก็ยิ่งมีโอกาสได้สัมผัสกับคำสวย ความสวย ภาพสวยมากขึ้นไปอีก   ฉันชอบถึงขนาดเขียนกลอนทุกวันวันละชิ้นขนาดยาว ๆ สะท้อนอารมณ์ตามประสาเด็กสาว  ทำให้การเขียนกลอนกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก  เมื่ออายุมากขึ้น  ได้มาเป็นนักเขียนนวนิยาย  และเขียนนวนิยายไปหลายเรื่องแล้ว  วันหนึ่ง ฉันจึงเขียนนวนิยายเป็น “กลอน” ในเรื่อง “ขวัญสงฆ์” และยังทำต่อมาอีกในเล่ม “ตลาดดอกไม้บาน”  ทำอย่างสนุกและสบายอารมณ์  มีความพอใจและปลื้มเปรมที่ได้ทำด้วย  แต่เนื่องจากฉันเขียนกลอนชุดนี้ในโครงสร้างของนวนิยาย คือวางวรรคต่อกันไปเพื่อลวงตานักอ่านให้หยิบอ่าน  หลายคนจึงไม่รู้ว่าฉันเขียนเป็นกลอน  ได้แต่บอกว่า  คล้องจองกันดีมีสัมผัสด้วย

 

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯครองราชย์ครบ ๖๐ ปี  ฉันก็ได้เขียน “ถวายจงรักด้วยอักษรา”ตอนแรก  ต่อมาเมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต ฉันก็เขียนไปร้องไห้ไปในตอนต่อมาจนจบ  โดยใช้รูปแบบเดียวกันกับขวัญสงฆ์  แต่ในการรวมเล่มครั้งนี้  ฉันนับเป็นการรวมบทกวี  จึงปรับรูปแบบเป็น “กลอน”ตามปกติ

 

บทกวีเล่มนี้มีชื่อว่า “แผ่นดินโดยใด”ตั้งโดยดลสิทธิ์ บางคมบาง คนสำคัญเคียงข้าง  เป็นการสะท้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ที่ผ่านมาจากหัวจิตหัวใจของฉัน อันสะท้านสะเทือนมาจากสิ่งต่าง ๆรอบตัว  รวมทั้งบ้านทั้งเมือง  เป็นความสะเทือนใจทุกรูปแบบ  ภาคที่ ๑ สะเทือนใจเพราะเสด็จสวรรคต  ภาคที่ ๒ สะเทือนใจเพราะเป็นตัวอักษรที่รักเหลือคณา  ภาคที่ ๓ สะเทือนใจเพราะเหตุการณ์บ้านเมือง และภาคที่ ๔ สะเทือนใจ  เพราะการจากไปของบุคคลสำคัญในวงการหนังสือ   เป็นการรวมเล่มบทกวีเป็นเล่มที่ ๓ ต่อจาก “มิเหมือนแม้นอันใดเลย“ และ “อรุณในราตรี” เป็นการรวมผลงานที่มิได้ทำได้บ่อยนัก  แต่ก็เป็นงานประเภทที่ฉันรักที่สุด  แม้จะสวนกระแสออกมาในวาระที่โลกของสื่อสิ่งพิมพ์กำลังสั่นคลอน  แต่ฉันก็ยังรักและยินดีที่จะให้เกิดการปรากฏตัวของหนังสือเล่มนี้  และขออุทิศคุณงามความดีของหนังสือเล่มนี้แด่พ่อ นายประชุม วิทูธีรศานต์  ผู้เป็นแรงบันดาลใจแม้จนวันนี้

 

                                                ชมัยภร  แสงกระจ่าง

                                               ๓๐  กรกฎาคม  ๒๕๖๐    

   

(---------------------------------------------------)


คำตาม จาก ดร.สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์

หมายใจ  ในอักษร

 

          ข้าพเจ้าเขียนคำนำไม่ค่อยเป็น  เว้นแต่จะเขียนในฐานะผู้รับผิดชอบในนามองค์กรหรือบรรณาธิการ  นาน ๆ ครั้ง     เมื่อคุณชมัยภร  บางคมบาง บอกให้เขียนคำนำหนังสือรวมบทกวี   แผ่นดินโดยใด     ข้าพเจ้าจึงอึกอักอัดอั้น


เป็นอันมาก  จะไม่เขียนรึ  เธอก็เป็นที่สนิทสนมรักใคร่มาเนิ่นนาน  ครั้นคิดจะเขียน ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับมีอาการเหมือนกรดไหลย้อนตั้งแต่เริ่มคิดเป็นต้นมา  


          ในที่สุด จึงตัดสินใจ ขออนุญาตเขียนเป็น “คำตาม”  ตามถนัดของข้าพเจ้า    ผู้เดินตามหลังนักเขียนนักกลอนมาโดยตลอด  ในฐานะที่เคยเขียนบทวิจารณ์  บทวิเคราะห์ บทสังเคราะห์  ซึ่งล้วนแต่ต้องเขียนตามหลังงานเขียนทั้งสิ้น


ขอยืนยันว่าไม่เคยเขียนก่อนได้อ่านงานเขียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว  ส่วนชื่อของข้อเขียนนี้ ใครจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจอย่างใด  ข้าพเจ้าก็ไม่ว่ากระไรทั้งสิ้น 

 

          แผ่นดินโดยใด  เป็นหนังสือที่มีชื่อเก๋ที่สุด ตรงเนื้อหาที่สุด ตั้งแต่ได้อ่านหนังสือของคุณชมัยภรมาหลายสิบเล่ม  จึงขอชื่นชมผู้ตั้งชื่อที่นั่ง (ชันเข่า) อยู่ข้าง ๆ คุณชมัยภรมาหลายสิบปี  หลังจากที่เคยปรารภว่า  ชื่อที่ตั้งในครั้งแรก ๆ นั้นออกจะ “เชยฉ่ำ”   แต่ในความเป็นจริง งานเขียนของคุณชมัยภรส่วนมากก็ออกแนวเชยนิด ๆ ฉ่ำหน่อย ๆ มาโดยตลอด   ซึ่งข้าพเจ้าเคยคิดอยากจะเรียกให้ดูเป็นวิชาการว่า สัจนิยมโรแมนติก  แต่เลิกคิดไปเมื่อเธอได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์     

 

          อย่าเพิ่งโกรธกัน...  โดยความจริงใจ ข้าพเจ้าเห็นว่างานเขียนของเธอไม่ว่าจะเป็นบทกวี  เรื่องสั้น นวนิยาย มีลักษณะอนุรักษ์นิยมฝังลึกแบบคนอักษรฯ  คนพุทธและคนไทย   ทั้งในด้านรูปแบบ  สำนวนโวหาร  จนถึงแนวคิด  ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของ “เชยนิด ๆ ฉ่ำหน่อย ๆ”   บทกวีส่วนมากหรืออาจเกือบทั้งหมดของเธอเป็นกลอนสุภาพ ซึ่งคนไทยคุ้นหูกับจังหวะและสำเนียงถ้อยคำที่ใช้ก็เป็นคำสามัญธรรมดาที่คนทั่วไปเข้าใจได้ แต่ไม่มีผิดพลาด ตามธรรมชาติคนอักษรฯ เอกภาษาไทย ถึงจะสอดแทรกคำใหม่ ๆ ตามสมัยนิยมก็ยังระแวงระวัง  ส่วนแนวคิดแบบพุทธ ๆ ไทย ๆ นั้นเห็นได้เสมอในงานทุกชิ้น  แม้จะไม่ค่อยนิมนต์ “หลวงพ่อ” มาเป็นตัวละครในช่วงหลัง ๆ แล้วก็ตาม 

 

          บทกวีใน แผ่นดินโดยใด  ทั้ง ๔ ภาคนี้   ข้าพเจ้าได้เคยอ่านและเคยฟังมาบ้างแล้ว ในพื้นที่และวาระต่าง ๆ

 

แต่ละบท แต่ละครั้ง ก็ได้ซึมซับความสะเทือนใจที่แสดงออกด้วยถ้อยคำธรรมดา ๆ ที่ผูกร้อยทั้งรสถ้อย รสความและรสอารมณ์ของผู้เขียน  ได้รับทั้งความหฤหรรษ์  เจริญใจ และประเทืองปัญญา  ครบถ้วนตามคำอธิบายของศาสตราจารย์เกียรติคุณดร. เจตนา นาควัชระ ที่กล่าวถึงงานเขียนที่ดีมีคุณภาพ ข้าพเจ้าเห็นว่า  แผ่นดินโดยใด  ยังรักษาความ “เชยนิด ๆ ฉ่ำหน่อย ๆ”  ในแบบฉบับของ ชมัยภร แสงกระจ่าง  ไว้อย่างคงเส้นคงวา  แต่ลักษณะที่ฝังลึกนี้ได้ปรับปรนไปตามประสบการณ์ของผู้ที่ผ่านความเปลี่ยนแปลงสถานะของตนในบริบทสังคมและโลกมายาวนาน  จนปรากฏรูปที่กลมกลืนกันระหว่างรากเหง้าและเรือนยอด

 

 ...ถ้าเธอเป็นต้นไม้...  ต้นไม้ที่มีรากเหง้ามั่นคงแผ่ขยายอยู่ใต้ผืนดินเท่านั้น ที่จะสร้างเรือนยอดแผ่กว้างให้ร่มเงาอันรื่นรมย์ได้ส่วนผู้ที่รักต้นไม้ เมื่อเห็นเรือนยอดก็ย่อมรู้ลึกถึงรากภายใต้ได้เช่นกัน

 

เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่า ผู้อ่านจะตระหนักได้ว่า แผ่นดิน... โดยใด  และอาจเข้าใจได้ต่อไปว่า  กวี... โดยแผ่นดิน นั้นเป็นฉันใด 

 

                                                                สุวรรณา  เกรียงไกรเพ็ชร์

                                                                     ๑ กันยายน ๒๕๖๐